EASY LUCKY IN MYANMAR
สักการะ 3 มหาบูชาสถานแห่งพม่า พัก 5 ดาว Lotte Hotel


EASY LUCKY IN MYANMAR 3 วัน 2 คืน สักการะ 3 มหาบูชาสถานแห่งพม่า

3 วัน 2 คืน

วันแรก

กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระธาตุมุเตา – พระราชวังบุเรงนอง – คิ้มปูนแคมป์ – พระธาตุอินทร์แขวน ( - / กลางวัน / เย็น )

.

.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ One Mount Snow Park korea

07.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ N ของสายการบิน MYANMAR AIRWAYS (8M) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง

10.40 น.

ออกเดินทางสู่ สนามบินมิงกลาดง เมืองย่างกุ้ง

12.10 น.

ถึง สนามบินมิงกลาดง (เวลาท้องถิ่นที่พม่าจะช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหงสาวดีหรือ เมืองพะโค(Bago) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และมีอายุมากกว่า 400 ปี

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!! สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง กุ้งแม่น้ำเผา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ One Mount Snow Park korea

 

จากนั้นนำท่านเข้าชมเจดีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสา,วดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเมียนมาร์ พระธาตุมุเตา(ShweMawdaw) ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
แล้วนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง(Kanbawzathardi Palace) ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของ พระพี่นางสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึกที่เมืองหงสา แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดารและซากที่ขุดค้นพบ
จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวนใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถเป็นรถท้องถิ่นซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาดหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางต่อประมาณ 45 นาทีก็จะถึงจุดจอดรถที่ทางขึ้นเขา หลังจากนั้นจะใช้วิธีการเดินเท้าต่อไปเพื่อเข้าโรงแรม(รถทุกคันจะต้องมาจอดที่จุดนี้ และใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นไป หากท่านไหนเดินไม่ไหว สามารถจ้างลูกแบกได้ โดยราคาอยู่ที่การต่อรองและระยะทาง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ One Mount Snow Park korea

 

หลังจากนั้นนำทานสักการะพระธาตุอินทร์แขวน (Kyaikhtiyo Pagoda) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆสูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตกเพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ
ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวนได้ แต่ต้องเป็นทองคำเปลว 100 % เท่านั้น (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะท่านสุภาพบุรุษ ส่วนท่านสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากท่านสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ One Mount Snow Park korea

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อนตามอิสระ ท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับท่านสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 21.00 น. ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งขึ้นไปด้วย เนื่องจากบนพระธาตุอินทร์แขวน จะมีอากาศเย็นกว่าด้านล่าง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ One Mount Snow Park korea

 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก YOE YOE LAY HOTEL ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สอง

พระธาตุอินทร์แขวน – คิ้มปูนแคมป์ – หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย – เจดีย์ไจ๊ปุ่น - ชเวตาเลียว – เจดีย์โบตาทาวน์ (เทพทันใจ เทพกระซิบ) – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (เช้า / กลางวัน/ เย็น)

04.00 น.

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ให้ท่านได้อิสระตามอัธยาสัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรยามเช้าสามารถซื้อได้ โดยบริเวณรอบๆพระธาตุอินทร์แขวนจะมีชาวบ้านมาขายเป็นชุด ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 จ๊าดดอกไม้ธูป-เทียน ประมาณ 300-500 จ๊าด สามารถซื้อทำบุญได้ตามอัธยาสัย

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

06.00 น.

อำลาที่พัก นำท่านเดินทางกลับ โดยนั่งรถท้องถิ่นเช่นเดิมเพื่อลงจากพระธาตุอินทร์แขวน เมื่อถึงจุดจอดที่คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางกลับหงสาวดี อำลาที่พัก นำท่านเดินทางกลับ โดยนั่งรถท้องถิ่นเช่นเดิมเพื่อลงจากพระธาตุอินทร์แขวน เมื่อถึงจุดจอดที่คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ พร้อมนำท่านเดินทางกลับหงสาวดี นำท่าน ตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่วัดไจ้คะวาย (Kyaike Kat Wine) สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaikpun Pagoda) สร้างขึ้นในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า(หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ ตามตำนานเล่ากันว่า ที่แห่งนี้ สร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้คำสัตย์สาบานว่าจะไม่แต่งงานจนชั่วชีวิต แต่ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์ที่น้องสร้างนั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที 

 
 

แล้วนำท่านนมัสการ พระนอนยิ้มหวาน (Shwethalyaung) พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ สร้างในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตรถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งดงามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา

นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์ (Botataung Pagoda)สร้างขึ้นโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยเจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริดกว่า700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ที่เป็นต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์

 
 

 
แล้วนำท่านเข้าสักการะขอพร นัตโบโบยี หรือพระเทพทันใจเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย
เสร็จแล้วนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนนเพื่อสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะโดยตามตำนานเล่าว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงรักษาศีล และไม่ทานเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว

 
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมและนมัสการ มหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwe Dagon Pagoda)พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศเมียนมาร์อายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองย่างกุ้งสถานที่แห่งนี้มีลานอธิฐาน เป็นจุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและเป็นสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวนมาก และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์ ท่านสามารถชมความงามของวิหารสี่ทิศ ซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาท ซ้อนเป็นชั้นๆ งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น พร้อมชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ภายหลังชาวเมียนมาร์ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้ จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีชาวเมียนมาร์ถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ให้ตีระฆัง 3 ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการจากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป

ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เมนูพิเศษ!! ชาบูชาบูชิ

 
นำท่านเข้าสู่ที่พัก LOTTE HOTEL ระดับ 5 ดาว (โรงแรมใหม่สุดหรูในเครือเกาหลี)

วันที่สาม

ย่างกุ้ง – พระนอนตาหวาน – ตลาดสก็อต – ปางช้างเผือก – พระหินอ่อน – สนามบิน – กรุงเทพ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสักการะ พระนอนตาหวาน(ChuThatGyi) นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีดวงตาสวยที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย

 
 

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ตลาดโบโจ๊ก อองซาน (Scott Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวเมียนมาร์ สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็น

.

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม ปางช้างเผือก (Elephant Camp) ซึ่งในประเทศไทยไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน แต่ที่ประเทศพม่าป่าเขายังมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ทำให้สามารถพบช้างเผือกได้ชมได้เห็นกันอยู่และช้างเผือกนั้นตรงตาม คชลักษณะ 5 ประการ คือ 1. งาอุ้มบาตร 2. ผิวเปลือกมะนาว 3. หลังโค้งเหมือนคันธนู 4. หางเป็นผู่5. เล็บขาว แล้วนำท่านเข้าชม วัดพระหินอ่อน (White Marble) เป็นพระที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียว โดยใช้ช่างผีมือที่ดีที่สุดของประเทศพม่า ปัจจุบันชาวเมืองย่างกุ้ง นิยมมากราบขอพรกันมากมาย

.

14.30 น.

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมิงกาลาดง

16.30 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน MYANMAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ 8M331 ** บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง **

18.15 น.

เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

29 มิถุนายน 2562

ผู้ชม 255 ครั้ง

โปรแกรมทัวร์แนะนำ