EASY MYANMAR อิ่มบุญ 3D2N BY 8M


EASY MYANMAR อิ่มบุญ 3 วัน 2 คืน 

3 วัน 2 คืน

วันแรก

กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระธาตุมุเตา – พระราชวังบุเรงนอง – คิ้มปูนแคมป์ – พระธาตุอินทร์แขวน

.

.

08.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 6 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ N ของสายการบิน MYANMAR AIRWAYS (8M) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง

10.40 น.

เหินฟ้าสู่ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยเที่ยวบินที่ 8M336

11.25 น.

ถึงสนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง (เวลาที่ประเทศพม่าช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที) หลังจากผ่านพิธีการทางศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตรวจเช็คสัมภาระก่อนออกเดินทางแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี(BAGO) ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 80 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง)

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษเมนูกุ้งแม่น้ำเผา

 

จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอว์ (ShwemawdawPagoda) เจดีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเมียนมาร์ คนไทยนิยมเรียกว่า พระมหาเจดีย์มุเตา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง377 ฟุต สูงกว่าเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตรที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นด้านล่างแต่ยอดฉัตรกลับยังคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ(หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

 

แล้วนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี 2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นพระราชวังของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ท่านที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของพระพี่นางสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึกที่เมืองหงสา แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดารและซากที่ขุดค้นพบ

จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน องค์เจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่สูง 5.5 เมตร ปิดทองทั้งองค์ ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาอย่างหมิ่นเหม่ดูคล้ายว่าจะตกลงไปในหุบเหวได้ทุกขณะ พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1ใน 5มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถเป็นรถท้องถิ่นซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาดหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางต่อประมาณ 1ชั่วโมง จะถึงจุดจอดรถที่ขึ้นเขาพระธาตุอินทร์แขวน หลังจากนั้นจะใช้วิธีการเดินเท้าต่อไปเพื่อเข้าโรงแรม(รถทุกคันจะต้องมาจอดที่จุดนี้และใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นไป หากท่านไหนเดินไม่ไหว สามารถจ้างลูกแบกได้ โดยราคาอยู่ที่การต่อรองและระยะทาง)

เย็น

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

หลังอาหารค่ำเชิญท่านไปนมัสการพระธาตุตามอัธยาศัย สามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ๊ก์ทีโย ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษเปิดถึงเวลา 20.00 น. เท่านั้น

ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ
ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวนได้ แต่ต้องเป็นทองคำเปลว 100 % เท่านั้น (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะท่านสุภาพบุรุษ ส่วนท่านสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากท่านสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)

 

นำท่านเข้าสู่ที่พัก YOE YOE LAY HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สอง

พระธาตุอินทร์แขวน – คิ้มปูนแคมป์ – หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย – เจดีย์ไจ๊ปุ่น - ชเวตาเลียว – เจดีย์โบตาทาวน์ (เทพทันใจ เทพกระซิบ) – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เช้าตรู่

เชิญท่านนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวนหรือใส่บาตรตามอัธยาศัยใส่บาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธนิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ นมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน และนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายรูป และชมทัศนียภาพบริเวณรอบพระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไรโดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารแล้วออกเดินทางกลับโดยรถบรรทุกหกล้อถึง คินปูนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นบัสปรับอากาศเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3ชั่วโมงซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรมอญโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี ชมวัดและโบราณสถานที่สำคัญในหงสาวดี
นำท่าน ตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่ วัดไจ้คะวาย (Kyaike Kat Wine) สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอหรืออาหารแห้งไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้หรือจะบริจาคปัจจัย (ควรเตรียมแลกเงินจ๊าดไว้สำหรับทำบุญ) หรือทำบุญข้าวสารก็ได้เช่นเดียวกัน

จากนั้นชม พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2019 มีพระพุทธรูปปางประทับ นั่งโดยรอบทิศประกอบด้วยสมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าโกนาคม์ (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันธะ(ทิศตะวันออก)และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ(ทิศตะวันตก)สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ แต่ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์ที่น้องสร้างนั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที
 

แล้วนำท่านนมัสการ พระนอนยิ้มหวาน (Shwethalyaung) พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ สร้างในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตรถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งดงามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทย

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!! กุ้งแม่น้ำเผา

หลังรับประทานอาหาร นำท่านเดินทางกลับกรุงย่างกุ้ง(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง)
นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์ (Botataung Pagoda) สร้างขึ้นโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยเจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริดกว่า700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ที่เป็นต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์

นำท่านสักการะขอพรจาก เทพทันใจ(นัตโบโบยี) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนา วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) ให้เอาดอกไม้ ผลไม้โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ จากนั้นก็ให้เอาเงินบาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) ไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยีไหว้ขอพรแล้วดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้เป็นขวัญถุง อีกหนึ่งใบให้หยอดตู้ทำบุญ
เสร็จแล้วนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนนเพื่อสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ โดยตามตำนานเล่าว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงรักษาศีล และไม่ทานเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว วิธีการสักการะเทพกระซิบ (อะมาดอว์เมี๊ยะ) ให้บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ เมื่อบูชาเสร็จแล้วให้ไปป้องปากกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูท่านถึงเรื่องที่เราจะขอพรโดยห้ามให้คนอื่นได้ยินเรื่องที่เราขอโดยเด็ดขาด

 

 
จากนั้นนำท่านกราบนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Pagoda) พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้งมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่าสถานที่แห่งนี้มีลานอธิฐานจุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากองณลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคลนอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม8องค์หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตนจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาล องค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและ อัญมณีต่างๆจำนวนมากและยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดเจดีย์ ท่านจะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้น ชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะยืดเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อน อังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่สามารถนำขึ้นจากแม่น้ำได้ภายหลังชาวพม่าช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิม จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ให้ตีระฆัง3ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งสมความปรารถนา จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุด ท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น

 

 

 

ค่ำ
รับประทานอาหารเย็นเมนูสุดพิเศษ Seafood Buffet +Free Flow Beer กุ้งมังกรสดๆ ทานได้ไม่อั้น ที่ Pan Pacific Hotel
 

 

 
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Mercure Yangon Golden Empire ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สาม

ย่างกุ้ง – พระนอนตาหวาน – ตลาดสก็อต – ปางช้างเผือก – พระหินอ่อน – สนามบิน – กรุงเทพฯ

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม เจดีย์เจ๊าทัตจี (Kyauk Htat Gyi) หรือ พระนอนตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุด มีขนตาที่งดงามพระบาทมีภาพมงคล108ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทยที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์เป็นศิลปะพม่าที่งดงามโดยมีขนาดความยาวขององค์70เมตร จากนั้นขับรถชมตัวเมืองย่างกุ้งชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง

 
 

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ตลาดโบโจ๊กอองซาน (Scott Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวเมียนมาร์ สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น **หากซื้อสิ้นค้าที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วยทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ** (หากวันที่เดินทางเกิดเหตุให้ไม่สามารถเที่ยวชมตลาดได้ ขออนุญาตปรับเปลี่ยนโปรแกรมไปชมห้างตรงข้ามแทน)

.

กลางวัน

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษเมนูสลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง

นำท่านชม ปางช้างเผือก (Elephant Camp) ซึ่งในประเทศไทยไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน แต่ที่ประเทศพม่าป่าเขายังมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง ทำให้สามารถพบช้างเผือกได้ชมได้เห็นกันอยู่และช้างเผือกนั้นตรงตาม คชลักษณะ 5 ประการ คือ 1. งาอุ้มบาตร 2. ผิวเปลือกมะนาว 3. หลังโค้งเหมือนคันธนู 4. หางเป็นผู่5. เล็บขาว

แล้วนำท่านเข้าชม วัดพระหินอ่อน (White Marble) เป็นพระที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียว โดยใช้ช่างผีมือที่ดีที่สุดของประเทศพม่า ปัจจุบันชาวเมืองย่างกุ้ง นิยมมากราบขอพรกันมากมาย

.

14.30 น.

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมิงกาลาดง

16.30 น.

ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน MYANMAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ 8M331 ** บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง **

18.15 น.

เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

20 กุมภาพันธ์ 2563

ผู้ชม 364 ครั้ง

โปรแกรมทัวร์แนะนำ